unit 3
Tool for Educational Assessment

 

บทที่  3

วิธีการและเครื่องมือที่ใช้ในการวัดผลการศึกษา


วิธีการวัด ใช้คำว่า "การนำหน้า" เช่น การทดสอบ การสังเกต การสัมภาษณ์ ส่วน เคื่องมือ ใช้คำว่า "แบบ" นำหน้า เช่น แบบทดสอบ แบบสังเกต ฯลฯ ใบบทนี้ มีเนื้อหาที่ให้อ่าน สังเกตที่ clckhere.gif

 

ให้นักศึกษา ศึกษาภาพรวมของสาระการเรียนรู้ในบทนี้  clckhere.gifอ่านก่อน เป็น PPT เกี่ยวกับเครื่องมือวัดผล

         การวัดผลการศึกษา  คือ  การใช้สิ่งเร้า ไปเร้าให้บุคคลแสดงพฤติกรรมตอบสนองออกมาในรูปแบบของพฤติกรรมที่สามารถสังเกตได้  โดยพฤติกรรมที่ต้องการวัด ได้แก่

1.  พฤติกรรมด้านพุทธิพิสัย (สมอง) (ศึกษารายละเอียดในบทที่ 4)

2.  พฤติกรรมด้านจิตพิสัย (จิตใจ, อารมณ์) (ศึกษาสรุปได้ที่นี่)clckhere.gif

3.  พฤติกรรมด้านทักษะพิสัย (การปฏิบัติ, การเคลื่อนไหวอวัยวะต่างๆ)clckhere.gif

  การวัดผลทางการศึกษา ผู้วัดจะต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการวัดที่สอดคล้องกับพฤติกรรมที่ต้องการวัด (มาตรฐานการเรียนรู้ที่หลักสูตรกำหนด ตามที่เรียนรู้มาจาหหน่วยที่ 1 และหน่วยที่ 2 ซึ่งการวัดทางการศึกษาต้องใช้วิธีการวัด และเครื่องมือที่หลากหลาย โดยเฉพาะการประเมินตามสภาพจริงclckhere.gif(อ่าน และทำความเข้าใจ ให้เข้าใจจริงๆ เพราะต้องนำไปใช้ออกแบบบทเรียนให้สอดคล้องกันทุกประเด็น)

coolfaces.gif วิธีการวัด มีหลากหลาย "ขึ้นต้น ว่า การสังเกต.....เช่น การทดสอบ การ.... ฯลฯ " ส่วน เครื่องมือ มีหลากหลาย "ใช้คำว่า แบบนำหน้า เช่น แบบทดสอบ, แบบสังเกต..........ฯลฯ"

 

คุณลักษณะของเครื่องมือวัดที่ดี

1.   มีความตรง (Validity) หรือ ความเที่ยงตรง คือ สามารถวัดได้อย่างถูกต้องตามเนื้อหา และสภาพที่เป็นจริงในปัจจุบันและอนาคต

2.   มีความเที่ยง (Reliability) หรือ ความเชื่อมั่น คือ  เครื่องมือนี้ให้ผลการวัดที่คงที่ไม่แปรเปลี่ยน (Concistency) วัดกี่ครั้งก็ได้ผลเหมือนเดิม

3.   มีความเป็นปรนัย (Objectivity) คือ  เครื่องมือที่วัดมีข้อความและข้อคำถามที่ชัดเจนอ่านแล้วเข้าใจ ตรวจแล้วได้ผลตรงกัน ให้คะแนนตรงกัน

4.   มีความสะดวกใช้ (Practicality) คือ  เครื่องมือที่ใช้ง่ายไม่ยุ่งยากซับซ้อนมาก  ไม่สิ้นเปลืองแรงงาน เวลา และค่าใช้จ่ายมาก

 

ความตรง หรือความเที่ยงตรง มี 4 ประเภท คือ Link to Video File คลิก

1. ความเที่ยงตรงตามเนื้อหา (Content Validity) เครื่องมือที่มีความเที่ยงตรงตามเนื้อหา หมายถึง เครื่องมือที่วัดได้สอดคล้องกับเนื้อหาที่ต้องการวัด

และสามารถวัดได้ครอบคลุมเนื้อหาทั้งหมด ใช้การหาค่า IOC (Index Objective Concerence) (ดัชนีความสอดคล้อง)

2. ความเที่ยงตรงตามโครงสร้าง (Construct Validity) หมายถึง คุณลักษณะของคุณลักษณะของเครื่องมือที่สามารถวัดคุณลักษณะหรือพฤติกรรมที่ต้องการจะวัดได้ถูกต้อง

3. ความเที่ยงตรงตามสภาพ (Concurrent Validity) หมายถึงเป็นความสามารถของเครื่องมือที่ทำให้ผลการวัดสอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงของ

ผู้ตอบ

4. ความเที่ยงตรงตามพยากรณ์ (Predictive Validity) หมายถึงเป็นคุณลักษณะของเครื่องมือที่สามารถวัดได้ถูกต้องตรงตามความเป็นจริงและผลที่

ได้นั้นสามารถนำไปใช้ทำนายอนาคตได้ถูกต้อง ดังนั้น ดังนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่า หากสภาพปัจจุบันของผู้ตอบเกี่ยวกับคุณลักษณะที่วัดนั้นสอดคล้องกับการวัดในอดีต ก็ถือว่าเครื่องมือวัดในอดีตมีความเที่ยงตรงตามพยากรณ์

ความเที่ยง หรือ ความเชื่อถือได้ของเครื่องมือ เป็นคุณลักษณะของเครื่องมือ หรือ แบบทดสอบ ที่มีคะแนน ที่ได้จากการวัดมีความแน่นอน  คงที่ คงเส้นคงวา เรียกว่า สัมประสิทธิ์แห่งความคงที่ (coefficient of stability), สัมประสิทธิ์แห่งความสมมูลย์ (coefficient of equivalence), สัมประสิทธิ์แห่งความคงที่ภายใน (coefficient of internal consistency) มีการคำนวณหลายวิธี ที่นิยม คือ สูตร KR-20 ของ Kuder & Richardson

.

วิธีการใช้วัดผล มีหลากหลาย ที่นิยมใช้ เช่น

1.      การทดสอบ  ( Testing )

2.      การสังเกต  ( Observation )

3.      การสัมภาษณ์  ( Interview )

4.      การใช้แบบสอบถาม ( Questionniars )

5.      การจัดอันดับคุณภาพ ( Rating scale )

6.      สังคมมิติ  ( Sociometry )

7.      กลวิธีระบายความในใจ ( Projective techniques )

นอกจากนี้ยังมีวิธีการวัดอื่นๆที่หลากหลายที่ใช้ในการประเมินสภาพจริงดังที่ปรากฏในคู่มือการประเมินอิงมาตรฐาน เช่น การประเมินด้วยแฟ้มสะสมงาน

 

สำหรับ เครื่องมือที่ใช้ในการประเมินตามหลักสูตร พ.ศ. 2544 มีหลากหลาย คือ ใช้เครื่องมือตามสภาพจริง และ Port folioclckhere.gif (การประเมินด้วยแฟ้มสะสมงาน)

dude4.gif

เครื่องมือที่ใช้ในการวัดผล

 

การทดสอบ (Testing)

           คือ  การนำเสนอสิ่งเร้าที่อาจจะเป็นคำถามหรือกลุ่มงาน  ให้บุคคลตอบสนองตามวิธีการที่กำหนดไว้  เพื่อนำผลงานมาแปลงเป็นคะแนน ใช้บอกลักษณะพฤติกรรมที่ตอบสนองต่าง ๆ เรียกว่า  แบบทดสอบ

แบบทดสอบสามารถนำมาวัดพฤติกรรมของผู้เรียนได้ทุกด้าน ดังนี้ คือ

1.  ใช้วัดพฤติกรรมด้านพุทธิพิสัย คือ การวัดผลสัมฤทธิ์ทางด้านเนื้อหา เพื่อใช้สำหรับตรวจสอบความสามารถเกี่ยวกับเนื้อหาวิชาและความถนัดทางด้านการเรียน

2.  ใช้วัดพฤติกรรมด้านจิตพิสัย  คือ  การวัดบุคลิกภาพ  ทัศนคติ และความสนใจซึ่งเป็นคุณลักษณะพฤติกรรมด้านจิตใจ

3.  ใช้วัดพฤติกรรมด้านทักษะพิสัย  คือ การวัดผลการเรียนทางด้านการปฏิบัติเพื่อใช้สำหรับตรวจสอบความสามารถและทักษะของผู้เรียน

ประเภทของแบบทดสอบ

1. แบ่งตามพฤติกรรมหรือสมรรถภาพที่จะวัด

1.1 แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ หมายถึงแบบทดสอบที่ใช้วัดความรู้ ทักษะและสมรรถภาพด้านต่าง ๆ ที่นักเรียนแต่ละคนได้เรียนรู้มาแล้ว
แบ่งออกเป็น 2 ชนิด

1.1.1 แบบทดสอบที่ครูสร้าง แบบทดสอบที่ครูสร้างขึ้นมีหลายแบบ ที่นิยมใช้คือ 1) แบบทดสอบแบบอัตนัยหรือแบบความเรียง

2) แบบทดสอบแบบถูกผิด 3) แบบทดสอบแบบเติมคำ 4) แบบทดสอบแบบจับคู่ 5) แบบทดสอบแบบเลือกตอบ

1.1.2 แบบทดสอบมาตรฐาน

1.2 แบบทดสอบความถนัด หมายถึง แบบทดสอบที่ใช้วัดขีดความสามารถของแต่ละบุคคล ว่าจะสามารถเรียนรู้และฝึกฝนวิชาการต่างๆ

แบบทดสอบความถนัด แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ

1.2.1 แบบทดสอบความถนัดทางการเรียน

1.2.2 แบบทดสอบความถนัดจำเพาะหรือความถนัดพิเศษ

1.3 แบบทดสอบบุคคลและสังคม หมายถึงแบบทดสอบที่ใช้วัดความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับสังคมและสิ่งแวดล้อมบุคคล เช่น

แบบทดสอบบุคลิกภาพ แบบทดสอบเจตคติ และแบบทดสอบความสนใจ

 

การสังเกต (Observation)

          คือ  การเฝ้าดูและมีจุดมุ่งหมายต่อสิ่งที่ต้องการจะวัด  โดยพิจารณาถึงรายละเอียดของสิ่งที่ต้องการวัดในเวลาที่กำหนด  ซึ่งการสังเกตนั้นผู้สอนมักใช้อยู่เป็นประจำ  และการสังเกตนั้นถือเป็นการวัดผลที่ดีรูปแบบหนึ่ง  พฤติกรรมการวัดที่เหมาะกับการสังเกต ได้แก่ พฤติกรรมด้านจิตพิสัยและทักษะพิสัย

การสังเกตแบ่งออกเป็น 2 ชนิดใหญ่ๆดังนี้ คือ

1. การสังเกตแบบมีส่วนร่วม (Participant - Observation) เป็นวิธีการสังเกตที่ผู้สังเกตเข้าไปร่วมอยู่ในหมู่หรือกลุ่มบุคคลที่จะสังเกต เป็นสมาชิก

คนหนึ่งของหมู่และทำกิจกรรมรวมกัน

2. การสังเกตแบบไม่มีส่วนร่วม (Non – Participant Observation) เป็นวิธีการสังเกตที่ผู้สังเกตอยู่นอกกลุ่มผู้ถูกสังเกต กระทำตนเป็นบุคคล

ภายนอก โดยไม่เข้าร่วมกิจกรรมของกลุ่มที่กำลังทำอยู่

ลักษณะของการสังเกตที่ดี

1. กำหนดจุดมุ่งหมายของการสังเกตให้แน่นอนว่า จะสังเกตอะไร สังเกตใคร ที่ไหน เวลาใด เพื่ออะไร

2. วางแผนการสังเกตไว้ล่วงหน้า และวิเคราะห์สิ่งที่จะสังเกตออกมาเป็นพฤติกรรมหรือองค์ประกอบย่อยๆ ที่สามารถสังเกตได้ง่าย

3. ควรสังเกตโดยที่ผู้ถูกสังเกตไม่รู้ตัว ทั้งนี้ เพราะ ถ้าผู้ถูกสังเกตรู้ตัวล่วงหน้าว่าจะถูกสังเกตในเรื่องใด ก็จะระมัดระวังตัว ทำให้การแสดง

พฤติกรรมจะไม่เป็นไปตามธรรมชาติ

4. ควรระวังอย่าให้เกิดการลำเอียงในขณะที่สังเกต เช่นความประทับใจต่อบุคคลที่สังเกต

5. ควรสังเกตซ้ำหลายๆ ครั้ง เพื่อเป็นการตรวจสอบความแน่ใจ

6. ควรมีการบันทึกการสังเกตทุกครั้ง เพื่อป้องกันการลืม

 

การบันทึกการสังเกต  เช่น

1.  ตารางบันทึกข้อมูล

2.  แบบบันทึกพฤติกรรม

3.  แบบสำรวจรายการ

อ่านเพิ่มเติม

 

การสัมภาษณ์

            คือ  การสนทนาอย่างมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลที่มีระเบียบแบบแผน พฤติกรรมที่เหมาะสมกับการวัดโดยใช้วิธีสัมภาษณ์ คือ พฤติกรรมด้านจิตพิสัย และพฤติกรรมด้านพุทธิพิสัย

การสัมภาษณ์  มี  2  แบบ คือ

1.   แบบตามจำนวนผู้ให้สัมภาษณ์  ได้แก่

·       การสัมภาษณ์เป็นรายบุคคล

·       การสัมภาษณ์เป็นกลุ่ม

2.   แบ่งตามโครงสร้างของการสัมภาษณ์  ได้แก่

·       การสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง

·       การสัมภาษณ์แบบไม่มีโครงสร้าง

อ่านเพิ่มเติม

 

การใช้แบบสอบถาม

            คือ  ข้อคำถามที่สร้างขึ้นเพื่อให้ผู้ตอบแบบสอบถามเขียนหรือบันทึกลงในแบบสอบถามนั้น ๆ  โดยแบบสอบถามใช้วัดพฤติกรรมด้านจิตพิสัย และพฤติกรรมด้านพุทธิพิสัย

แบบสอบถามมี  2  ประเภท  คือ

1.   แบบสอบถามแบบปลายเปิด  คือ การให้ผู้ตอบคำถามเขียนคำตอบหรือเติมคำตอบลงในช่องว่าง มี  2  ประเภท  คือ

แบบบรรยาย

แบบบรรยายสั้น ๆ

2.   แบบปลายปิด  คือ  การให้ผู้ตอบเลือกตอบจากคำถามที่กำหนดให้ไว้  ซึ่งคำตอบจะมีขอบเขตค่อนข้างจำกัด

 

อ่านเพิ่มเติม

 

awmomma.gif   

 การจัดอันดับคุณภาพ

            คือ  การวัดคุณลักษณะด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับผลงานนั้น ๆ ว่าอยู่ในอันดับใดและนำผลการวัดมาเปรียบเทียบกับเกณฑ์ที่ต้องการและกำหนดไว้เพื่อประเมินผลงาน

การจัดอันดับคุณภาพ (Rating Scale) เป็นวิธีการวัดที่ใช้วัดพฤติกรรมด้านทักษะพิสัย  โดยการพิจารณาจะพิจารณาจาก

1.  การปฏิบัติตามกระบวนการ

2.  ผลงานที่ได้ออกมา

ประเภทของการจัดอันดับคุณภาพ  ได้แก่

1.  แบบจัดอันดับคุณภาพแบบบรรยายพฤติกรรมหรือลักษณะที่ต้องการให้จัดอันดับ

2.  แบบจัดอันดับคุณภาพแบบตัวเลข  ใช้ตัวเลขแทนระดับความมากน้อย หรือคุณภาพของลักษณะหรือพฤติกรรม

 

สังคมมิติ

            คือ  การศึกษาโครงสร้างของกลุ่ม  โดยอาศัยการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลหลายวิธีไว้ด้วยกัน  การใช้สังคมมิติเพื่อมุ่งวัดโครงสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกกลุ่ม

 

กลวิธีระบายความในใจ

            คือ  วิธีการที่ให้บุคคลได้ระบายหรือแสดงออกซึ่งคุณลักษณะที่ฝังลึกอยู่ในตัวของบุคคลโดยการสร้างสถานการณ์หรือสิ่งเร้าต่าง ๆ เพื่อเป็นตัวกระตุ้นให้แสดงคุณลักษณะนั้น ๆ ออกมา ในรูปแบบที่สามารถสังเกตและวัดได้

 menloop.gif

 

Edu27.gif

 

สรุป

            เครื่องมือวัดผลนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการประเมินผลการศึกษา เครื่องมือวัดนั้นควรมีคุณภาพดี (คำนวณหาคุณภาพ) เชื่อถือได้และเหมาะสมกับสิ่งที่ต้องการจะวัด

            วิธีการใช้ในการวัดผลการศึกษานั้นมีหลายประเภท เช่น การทดสอบ , การสังเกต , การจัดอันดับคุณภาพ , การซักถาม , การสอบถาม , สังคมมิติ , กลวิธีระบายความในใจ การประเมนสภาพจิง การให้รายงาน การวัดความสามารถ การใช้แฟ้มสะสมงาน ฯลฯ การใช้เครื่องมือการวัดผล ต้องศึกษาข้อดี ข้อเสียของเครื่องมือแต่ละประเภท ปัจจุบันเน้นการประเมินตามสภาพจริง ซึ่งมีเครื่องมือหลากหลาย โดยต้องศึกษา จากหน่วยที่ 1, หน่วยที่ 2 และแหล่งอื่นๆ เช่น Learn more แหล่งเรียนรู้เพิ่ม สสวท. สำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักทดสอบการศึกษาแห่งชาติ สำนักงานมาตฐานการศึกษาแห่งชาติ (สมศ.) หรือ อ่านเพิ่มเติมจาการประเมินการอ่านคิดวิเคราะห์เขียน (มีเครื่องมือและวิธีการวัดให้เลียนแบบ)

การพัฒนาการคิดวิเคราะห์ clckhere.gifการสร้างเกณฑ์การประเมินผลclckhere.gif

สามารถสรุปลักษณะสำคัญของวิธีการวัดผล เครื่องมือวัด ที่สอดคล้องกับพฤติกรรม ได้ดังนี้

วิธีการวัด

เครื่องมือวัด

พฤติกรรมที่ต้องการวัด

การทดสอบ

แบบทดสอบ

1. อัตนัย

2. ปรนัย

- เติมคำ

- ถูกผิด

- จับคู่
- เลือกตอบ
- MTF (Multiple true flase) หรือ MCA (Multiple choice answer)

ฯลฯ

พุทธิพิสัย, จิตพิสัย,ทักษะพิสัย

การสังเกต

- ตารางบันทึกข้อมูล
- แบบบันทึกพฤติกรรม
- แบบสำรวจรายการ
- แบบจัดอันดับคุณภาพ

จิตพิสัย, ทักษะพิสัย

การสัมภาษณ์

- แนวหัวข้อการสัมภาษณ์

- แบบสัมภาษณ์

- แบบสำรวจรายการ

- แบบจัดอันดับคุณภาพ

จิตพิสัย, พุทธิพิสัย (การซักถาม)

การสอบถาม

แบบสอบถาม

- ปลาบเปิด

- ปลายปิด

จิตพิสัย, พุทธิพิสัย (ถามข้อมูลส่วนตัว)

การจัดอันดับคุณภาพ

แบบมาตรส่วนประมาณค่า (แบบจัดอันดับคุณภาพ)

ทักษะพิสัย

สังคมมิติ

กลวิธีระบายความในใจ

แบบสอบถามสถานการณ์

 

แบบวัดสถานกาณ์ทางอ้อม

จิตพิสัยด้านมนุษยสัมพันธ์ การปรับตัว

จิตพิสัยที่ซ่อนเร้น โดยไม่รู้ตัว

 

แบบฝึกทักษะ

 

ข้อสอบแบบเลือกตอบ ( Multiple  choices )

 ข้อที่ 1

 ข้อที่ 2

 ข้อที่ 3

 

ข้อสอบแบบจับคู่ ( Matching )

 จงจับคู่ให้ถูกต้อง

 

ข้อสอบแบบถูกผิด ( Ture – False )

 ข้อที่ 1

 ข้อที่ 2

 ข้อที่ 3

 ข้อที่ 4

 ข้อที่ 5