สนทนา/แลกเปลี่ยน /เขียนได้ครับ | มีผู้เข้าชม 617 ครั้ง   มีผู้ตอบกระทู้ 6 คำตอบ
กฤษฎ์
  26 เมษายน 2553
เวลา : 05:05
 
 

แนวข้อสอบ การวิจัย

1.ขั้นตอนการวิจัย ประกอบด้วยอะไรบ้าง
ตอบ ประกอบด้วย 7 ขั้นตอน ดังนี้
1.ความสำคัญของปัญหา
1.ปัญหาสำคัญ
2.วัตถุประสงค์ในการวิจัย
3.ประโยชน์ในการวิจัย
4.ขอบเขตของการวิจัย
2.การตรวจเอกสาร/บททวนบทวรรณกรรม
2.1 การตรวจเอกสาร คือ ศึกษาแนวคิด หลักการ ทฤษฎี เอกสารที่เกี่ยวข้องในการทำวิจัย
2.2 กำหนดตัวแปร = ในการทำวิจัย
3.นิยามศัพท์เชิงปฏิบัติการ (Operational Definition.)
4.ตั้งสมมติฐาน (Hypothesis) = คำตอบที่นักวิจัยคาดว่าจะเกิดขึ้น
5.สร้างกรอบแนวคิดในการวิจัย (Conceptual Frame work) คือ หลังจากตรวจสอบเอกสารเสร็จผู้ วิจัยรวบรวมความคิดรวบยอดสรุป 1 แผ่น
3.วิธีการวิจัย คือ ระเบียบวิธีของการวิจัยที่ผู้วิจัยต้องแสดงให้ชัดเจนก่อนว่าจะเริ่มทำกับใคร เมื่อใด
1.ประชากรและการสุ่มตัวอย่าง
2.การเก็บข้อมูล เช่น ใช้แบบสอบถาม จากกลุ่มตัวอย่าง เป็นต้น
3.การวัดตัวแปร ส่วนนี้จะต้องสัมพันธ์กันกับส่วนที่ 2 ข้อ 2.2
4.การทดสอบและการหาค่าความเชื่อมั่น
5.สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ ให้สอดคล้องกับการวัดตัวแปรและการตั้งสมมติฐาน
4. ผลการวิจัยและข้อวิจารณ์ ข้อนี้ได้ผลจากข้อ 3.5
ผลวิจัย ได้โดยการแปรข้อมูลสถิติที่ได้ ของตัวแปรเหตุที่มีต่อตัวแปรผลว่า การศึกษาครั้งนี้พบ
อะไร อะไรคือประเด็นที่สำคัญที่สุด
ข้อวิจารณ์ ต้องมีการวิจารณ์ว่าผลของเราที่ได้ มีจุดเด่นอยู่ที่ใด ที่จะนำไปสู่ข้อเสนอแนะใน
บทที่ 5 (ที่จะกล่าวต่อไป)
5.สรุปและข้อเสนอแนะ
จะต้องเขียนให้เข้าใจว่า ตั้งแต่เริ่มแรกผลที่ศึกษาได้ทั้งหมดเป็นอย่างไรเขียนโดยสรุป เป็นการสรุปย่อผลการศึกษาทั้งหมด
1.สรุปผลการวิจัย
2.ข้อเสนอแนะ มี 2 ส่วน คือ
ข้อเสนอแนะที่ได้จากผลการวิจัย = ได้อะไร สิ่งที่ควรสนับสนุน พัฒนา ปรับปรุง
ข้อเสนอแนะเพื่อการวิจัยครั้งต่อไป = แสงสว่างทางปัญญาที่จะนำไปทำครั้งต่อไป
= HoriZon
6.เอกสารอ้างอิง
ตัวแปร ข้อเท็จจริง ความเป็นเหตุ เป็นผล เกี่ยวกับสิ่งที่เราศึกษา
หากเป็นกรณีตัวบุคคล เช่น การสัมภาษณ์ หรือข้อมูลจาก Web Internet ก็ใส่ลงไปด้วย 7. ภาคผนวก
จะมีหรือไม่มีก็ได้ บางครั้งหากมีประวัติของผู้ที่เราสัมภาษณ์ ซึ่งได้จากการไปศึกษาค้นคว้า (ส่วนที่ 2) ให้นำมาไว้
ในส่วนนี้แทน
2.ประเภทของการวิจัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง
ตอบ ตามระเบียบวิธีวิจัย (Research Methodology) แบ่งออกได้ 3 ประเภท ดังนี้
1.การวิจัยเชิงประวัติศาสตร์ = ศึกษาข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่ผ่านมาแล้วในอดีต
2.การวิจัยเชิงบรรยายหรือพรรณา = ศึกษาปรากฏการณ์ของสิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบันว่าเป็นอย่างไร เป็นการ
ศึกษาสำรวจ หรือหาความสัมพันธ์ต่าง ๆ ของปัจจัยที่ทำให้เกิดผลขึ้น (จะบอกอะไรในปัจจุบัน “What is”)
3.วิจัยเชิงทดลอง = เป็นการวิจัยเพื่อค้นหาความสัมพันธ์เชิงเหตุและผลของปรากฏการณ์ต่าง ๆ จะต้องมีการ
ควบคุมตัวแปรประเภทนี้ต้องมีทั้งกลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลอง การวิจัยประเภทนี้จะบอกว่า “อะไรอาจจะเกิดขึ้น”
3.ประโยชน์หรือความสำคัญของการวิจัย มีอะไรบ้าง
1.ส่งเสริมความรู้ทางวิชาการ
2.สิ่งบกพร่อง และหาวิธีการแก้ไขในงานต่าง ๆ
3.ทำนายปรากฏการณ์ และพฤติกรรมต่าง ๆ
4.ตอบสนองลักษณะธรรมชาติของมนุษย์
ดังกล่าวข้างต้น เพื่อนำความรู้และผลที่ได้รับจากการศึกษาวิจัยไปพัฒนา ปรับปรุง และประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อไป
4.ทฤษฎี บอกอะไรบ้าง
ทฤษฎี หมายถึง ความคิดเห็นตามหลักวิชา เพื่อเสริมเหตุผลและรากฐานให้แก่ปรากฏการณ์ หรือ
ข้อมูลในภาคปฏิบัติ ซึ่งเกิดขึ้นอย่างเป็นระบบ
ทฤษฎี บอก หลักการ แนวคิด ที่มา ที่ผ่านการพิสูจน์ ผ่านการทดลอง
ซึ่งสามารถหักล้างได้หากมี
ทฤษฎีอื่นเกิดขึ้นมาทดแทน เช่น ทฤษฎี ……………………………………………………………………
5. Key Word สำคัญของการวิจัย บอกอะไรบ้าง หรือ
โจทย์ให้ตัวอย่างมา ให้เราอ่าน แล้วจะถามว่า Key Word มีอะไรบ้าง หรือปัญหาสำคัญของเรื่องที่อ่านมีอะไรบ้าง
หรือโจทย์ให้เฉพาะชื่อเรื่องมา ให้เราเขียนความสำคัญของปัญหา กำหนดตัวแปรเหตุ และตัวแปรผล
เช่น ความหมายของ การวิจัย หมายถึง กระบวนการศึกษา ค้นคว้า หาข้อเท็จจริง ตามหลักวิทยาศาสตร์ โดยหาความเป็นเหตุและเป็นผลของปัญหา แล้วนำผลการวิจัยไปสู่ การพัฒนาปรับปรุง เปลี่ยนแปลง แก้ไข (นำไปใช้ประโยชน์)
สรุป Key Word การวิจัยประกอบด้วยลักษณะใหญ่ ๆ 3 ประการดังนี้ (
1.เป็นการศึกษาค้นคว้า/ค้นหาข้อเท็จจริง
2.เป็นการศึกษาที่มีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจน
3.เป็นระบบตามหลักวิธี ซึ่งตั้งอยู่บนรากฐานของกระบวนการ/วิธีการวิทยาศาสตร์ (Scientific method)
6. วิธีอนุมาน (Deductive Method) คืออะไร และวิธีอุปมาน (Inductive Method) คืออะไร
ตอบ วิธีอนุมาน คือ ความเป็นเหตุ เป็นผล ซึ่งประกอบด้วย ความจริงหลัก (major premise) ความจริงรอง
(minor premise) และข้อยุติ จบ (conclusion premise) ยกตัวอย่างเช่น “เราพบความจริงว่า สรรพสิ่งทั้งหลายใน
โลกนี้จะต้องตาย”
ให้สังเกตที่เขียนเส้นใต้ สรุปได้ดังนี้ ความจริง คือ major
สรรพสิ่งทั้งหลาย คือ minor
ตาย คือ ข้อยุติ จบ
วิธีอุปมาน คือ การสังเกตจากเหตุย่อย หลาย ๆ เหตุ แล้วนำไปหาความสัมพันธ์ระหว่างเหตุย่อยหลาย ๆ
เหตุ นำไปศึกษาวิจัย ซึ่งวิธีอุปมาน ศึกษาได้ 2 ลักษณะ คือ
1) ศึกษาประชากร (Population) = สิ่งที่เราศึกษาทั้งหมด
2.ศึกษาบางส่วนของประชากร (กลุ่มตัวอย่าง/Sample)
ยกตัวอย่างวิธีอุปมาน เช่น ปากกาเขียนแล้วเป็นสีน้ำเงิน จะเล็กหรือใหญ่ ก็เขียนได้ = การเกิดความคิด
อย่างหนึ่ง คือ อุปมาน แล้วนำไปสู่การแก้ปัญหา เพื่อให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ และปรากฏการณ์การศึกษามาจากหลายสาเหตุ
7. Phenomenon ทำให้เราทราบอะไร
ตอบ เหตุหรือสถานะการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนั้น และเป็นสิ่งที่ผู้วิจัยสนใจที่จะศึกษา ซึ่งเกิดขึ้นโดยทั่ว ๆ ไป
เป็นปัญหาหรือไม่ก็ได้ ทั้งนี้ การศึกษาเป็นการศึกษาในตัวแปร 2 ตัว คือ ตัวแปรเหตุ (อิสระ) และตัวแปรผล (ตาม)
ซึ่งตัวแปรเหตุ (อิสระ) หมายถึง สิ่งที่ทำให้เกิดผล ส่วนตัวแปรผล (ตาม) หมายถึง ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจากสาเหตุ
มากกว่า 1 เหตุ
8.ตัวแปร คืออะไร และประเภทของตัวแปรมีอะไรบ้าง
ตอบ ตัวแปร คือ คุณลักษณะหรือคุณสมบัติ ของสิ่งที่เราจะศึกษาหรือปรากฏการณ์ที่เราสนใจจะศึกษา เช่นเราสนใจจะศึกษา “ปัจจัยที่ทำให้นิสิต SD 43 ทุกคน สำเร็จการศึกษาภายในระยะเวลา 2 ปี” ดังนั้น คุณลักษณะหรือ
คุณสมบัติที่เราจะศึกษาก็คือ นิสิต SD 43
ประเภทของตัวแปรมี 2 ประเภท คือ
1.ตัวแปรเหตุ (อิสระ)
2.ตัวแปรผล (ตาม)
ตัวแปรเหตุ (อิสระ) หมายถึง สิ่งที่ทำให้เกิดผล
ตัวแปรผล (ตาม) หมายถึง ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจากสาเหตุมากกว่า 1 เหตุ
9.ปัญหา คืออะไร
ตอบ ปัญหา คือ …………………………………………………………
สำหรับความหมายของคำว่า ปัญหาการวิจัย (Research Problem) ก็จะหมายถึง ข้อสงสัยหรือข้อขัดแย้งทาง
ความคิด (Conceptual Conflict) เกี่ยวกับทฤษฎี หลักการ แนวทาง หรือวิธีการปฏิบัติ ซึ่งบอกให้ทราบถึงความต้องการหรือข้อมูลที่จะไปอธิบายต่อสภาพการณ์หรือปัญหานั้น ๆ
10. ลักษณะที่สำคัญของปัญหาการวิจัย
ตอบ 1. เป็นปัญหาที่ต้องหาคำตอบ โดยใช้หลักของเหตุ+ผล (rational) มิใช่ตอบโดยใช้สามัญสำนึก
(Commonsense)
2.มีคุณค่าริเริ่มและสร้างสรรค์ = ทำแล้วนำไปใช้ประโยชน์ ปรับปรุงตัว ปรับปรุงงาน
3.ตรงกับความสนใจของผู้วิจัย = ข้อนี้เป็นข้อที่สำคัญ เพราะอยู่ในใจผู้วิจัยที่อยากจะทำ
4.สามารถหาข้อมูลตรวจสอบได้ = ก่อนที่จะศึกษาถึงปัญหาการวิจัย ผู้วิจัยจะต้องวิเคราะห์ถึงสิ่งที่เรา จะศึกษา คือ ตัวแปรผล (ตาม)
 

เช็คราคาพิมพ์ใบปลิว แผ่นพับ ราคาประหยัด ส่งฟรีทั่วประเทศ 
เช็คราคา        
กระดาษ          จำนวน    

หน้า 1  ..

   ความคิดเห็นที่ 1
กฤษฎ์
26 เมษายน 2553
เวลา : 05:08
 
11. การวิเคราะห์ปัญหาวิจัย จะบอกอะไรบ้าง
……………ตัวแปรพื้นฐาน (ตัวแปรมาตรฐาน) หรือคุณลักษณะพื้นฐานทางสังคมและเศรษฐกิจ ได้แก่อะไรบ้าง
ตอบ เพศ อายุ รายได้ การศึกษา อาชีพ สถานภาพการสมรส

13.การจำแนกประเภทของตัวแปร มีกี่ประเภท อะไรบ้าง
ตอบ 3 ประเภท คือ 1. จำแนกตามมาตรวัด (Scale)………
2. จำแนกตามความต่อเนื่องและไม่ต่อเนื่องของค่าคะแนน……………………………………
3.จำแนกตามลำดับการเกิดเหตุการณ์ก่อน-หลัง (Phenomenon) ซึ่งแยกย่อยออกได้ 5ประเภท
คือ ตัวแปรอิสระ ตัวแปรตาม ตัวแปรระหว่าง ตัวแปรควบคุม และตัวแปรแทรกซ้อน………………………………………………
14. ตัวแปรเชิงนโยบาย หมายถึงอะไร
ตอบ หมายถึง ตัวแปรที่ศึกษาแล้วให้คำตอบ นำไปใช้แก้ไขปัญหาหรือเปลี่ยนแปลงการปฏิบัติงาน นำไปสู่การ
เปลี่ยนแปลงพฤติกรรม
ตัวแปรมาตรฐาน + ตัวแปรเชิงนโยบาย = ตัวแปรอิสระ
15.องค์ประกอบของมาตรวัดบอกอะไรบ้าง
ตอบ 1. บอกขนาด (magnitude) หมายถึง บอกถึงมากหรือน้อย หรือการจัดอันดับของตัวแปร เช่น เล็ก ใหญ่
กว้าง ยาว
2.บอกความเท่ากันของช่วงคะแนน (equal interval)
3.บอกความมีศูนย์สมบูรณ์ (absolute zero) หรือไม่มีที่เป็นจริงของตัวแปรนั้น คือ ศูนย์ไม่สมบูรณ์
ตัวอย่าง ศูนย์สมบูรณ์ เช่น ส่วนสูง (ความสูง) น้ำหนัก อายุ ระยะทาง จำนวนบุตร รายได้ (เงินเดือน) ศูนย์ไม่สมบูรณ์ เช่น อุณหภูมิ วันนี้ไม่มีเงิน
……………………………………………………………………
16.การตรวจเอกสารมีประโยชน์อย่างไร ทำไมต้องตรวจเอกสาร
ตอบ ประโยชน์ของการตรวจเอกสาร มีดังนี้
1.หลีกเลี่ยงการทำซ้ำซ้อน = ซ้ำซ้อนในที่นี้ หมายถึง ซ้ำซ้อนในเรื่องตัวแปร หากจะทำผู้วิจัยก็สามารถทำได้
โดยเพิ่มตัวแปรใหม่เข้าไป หรือคัดเลือกตัวแปรใหม่ให้ชัดเจน หรือเปลี่ยนกลุ่มเป้าหมาย
2.หาข้อเท็จจริง = หาข้อมูลเรื่องที่จะทำหามีคนทำแล้ว ตรวจดูว่าตอบคำถามชัดเจนไหม หากไม่ชัดเจน
ก็หาองค์ความรู้เพิ่มอีก หรือองค์ความรู้ขัดแย้งอาจเปลี่ยนทำกลุ่มเป้าหมายใหม่
3.สร้างคุณภาพและมาตรฐานทางวิชาการให้แก่งานวิจัยนั้น ๆ
1.เสนอเนื้อหาอย่างมีศิลปและเชิงวิชาการ = คือ การนำเสนอทั้งตัวแปรอิสระ และตัวแปรตาม จะต้อง
นำเสนอให้ชัดเจนให้ได้ว่ามีความเกี่ยวข้องและสัมพันธ์กับงานที่ทำ
2.ศึกษาและทราบถึงพัฒนาการของทฤษฎี/แนวคิด = ทราบที่มาที่ไป
จัดกลุ่มนักวิชาการเป็นสายใด ศึกษาในช่วงผี พ.ศ./ศ.ศ คือ ดูจิตใจ พฤติกรรมการตัดสินใจ
ดูว่าแต่ละค่ายของนักวิชาการมองอย่างไร
- เริ่มเรียงปี จากปีต้นถึงปัจจุบัน คือ ดูวิวัฒนาการ
3.ถ้าศึกษาที่มีตัวแปรที่เกี่ยวข้องมากกว่า 1 ตัว การเขียนควรเสนอเป็นคู่ ๆ ของตัวแปรที่ศึกษานั้น
- เป็นการดู Phenomenon และในการเขียนเชิงวิชาการ เชิงวิจัย มีวิธีการทำอย่างไร
4.การเขียนประมวลเอกสารที่เกี่ยวข้อง ผู้วิจัยต้องเรียงประเด็นให้ถูกต้องว่า อะไรคือ ประเด็นหลัก/รอง
ประเด็นหลัก คือ ดูจากหัวข้อชื่อเรื่อง
ประเด็นรอง คือ วัตถุประสงค์ที่เขียนไว้หาครบหรือไม่

17.นิยามคำศัพท์เชิงปฏิบัติการ (Operation Definition) หมายถึง การให้ความหมายของตัวแปรที่ผู้วิจัยจะศึกษา
โดยบอกขอบเขตที่ผู้วิจัยจะศึกษาและบอถึงการวัดตัวแปรนั้น
……………………………………………………………………………………………………………………………….
18.Pan Pacific Scienec Congress ได้ให้ความของแต่ละตัวอักษรของคำว่า RESEARCH ไว้ว่าอย่างไร
R =……………………………………………………………………………………………………………………..
E=……………………………………………………………………………………………………………………..
S=……………………………………………………………………………………………………………………..
E=……………………………………………………………………………………………………………………..
A=……………………………………………………………………………………………………………………..
R=……………………………………………………………………………………………………………………..
C=……………………………………………………………………………………………………………………..
H=……………………………………………………………………………………………………………………..
19.Scale มีกี่ประเภทอะไรบ้าง
ตอบ 4 มาตรวัด ได้แก่
1.Nominal…………………………………………………………………………………………………………..
2.Ordinal…………………………………………………………………………………………………………….
3.Interval…………………………………………………………………………………………………………..
4.Ratio………………………………………………………………………………………………………………
20.ทัศนคติ หมายถึง ความเชื่อ ความเห็น ความรู้สึก ทั้งในเชิงบวก และลบ
ทัศนคติ วัด 3 ตัว ได้แก่ ( ในการวัดจะวัดทีละตัวหรือวัดรวมก็ได้)
K = Knowledge ความรู้
A = Affcetive ความคิดเห็น ความรู้สึก
P = Psychomotor การกระทำ
……………………………………………………

   ความคิดเห็นที่ 2
กฤษฎ์
26 เมษายน 2553
เวลา : 05:10
 
ตัวอย่างแนวข้อสอบ
1. ข้อใดเป็นการหาค่าความเที่ยงตรงของเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
ก. การให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ
ข. การทดลองใช้
ค. การสรุปผลการทดลอง
ง. การประเมินซ้ำ
2. การเขียนกลุ่มตัวอย่างในการวิจัยเชิงปริมาณควรมีองค์ประกอบในข้อใด
ก. จำนวนและวิธีการได้มา
ข. วิธีการได้มาและประชากร
ค. เวลาที่สุ่มและจำนวน
ง. ประชากรและเวลาที่สุ่ม
3. ข้อใดเป็นนิยามศัพท์เฉพาะที่ควรกำหนดในการวิจัยพัฒนาชุดฝึกทักษะการคูณการหารในสาระคณิต ป.4
ก. ชุดฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหา
ข. การคูณการหาร
ค. กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
ง. นักเรียน ป.4
4. ข้อใดเป็นการสรุปผลการวิจัยที่ถูกต้อง
ก. สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การวิจัย
ข. สอดคล้องกับมาตรฐานการวิจัย
ค. สรุปผลในประเด็นการวิจัยที่เกี่ยวข้อง
ง. สรุปผลการวิจัยที่สามารถอธิบายได้
5. ข้อใดไม่ใช่แบบแผนการวิจัย
ก. การวิจัยเชิงทดลอง
ข. การวิจัยเชิงสำรวจ
ค. การวิจัยหาสาเหตุ
ง. การวิจัยเชิงพรรณนา
เฉลย คำตอบ ที่คิดว่าน่าจะใช่ คนที่รู้จริงและมีน้ำใจน่าจะเอื้อนคนอื่นบ้างนะ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่ vawamama@hotmail .com

1. ข้อใดเป็นการหาค่าความเที่ยงตรงของเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
ก. การให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ (น่าจะเป็นข้อนี้)
ข. การทดลองใช้
ค. การสรุปผลการทดลอง
ง. การประเมินซ้ำ
2. การเขียนกลุ่มตัวอย่างในการวิจัยเชิงปริมาณควรมีองค์ประกอบในข้อใด
ก. จำนวนและวิธีการได้มา (น่าจะเป็นข้อนี้)
ข. วิธีการได้มาและประชากร
ค. เวลาที่สุ่มและจำนวน
ง. ประชากรและเวลาที่สุ่ม
3. ข้อใดเป็นนิยามศัพท์เฉพาะที่ควรกำหนดในการวิจัยพัฒนาชุดฝึกทักษะการคูณการหารในสาระคณิต ป.4
ก. ชุดฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหา(น่าจะเป็นข้อนี้)
ข. การคูณการหาร
ค. กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
ง. นักเรียน ป.4
4. ข้อใดเป็นการสรุปผลการวิจัยที่ถูกต้อง
ก. สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การวิจัย (หรือว่าข้อนี้ใครทราบช่วยวิเคราะห์หน่อย)
ข. สอดคล้องกับมาตรฐานการวิจัย
ค. สรุปผลในประเด็นการวิจัยที่เกี่ยวข้อง(น่าจะเป็นข้อนี้)
ง. สรุปผลการวิจัยที่สามารถอธิบายได้
5. ข้อใดไม่ใช่แบบแผนการวิจัย
ก. การวิจัยเชิงทดลอง
ข. การวิจัยเชิงสำรวจ
ค. การวิจัยหาสาเหตุ(น่าจะเป็นข้อนี้)
ง. การวิจัยเชิงพรรณนา

   ความคิดเห็นที่ 3
กฤษฎ์
26 เมษายน 2553
เวลา : 05:12
 
1.แผนการจัดการเรียนคือสี่งที่บ่งบอกคูณภาพความเป็นครู....ข้อใดสอดคล้องกับคำกล่าวข้างต้น
ก เป็นงานของครูโดยตรง
ข เป็นกระบวนงานที่เป็นระบบ
ค เป็นเข็มทิศในการจัดการเรียนรู้
ง เป็นตัวกาหนดการวัดผลการเรียนรู้
พี่สงค์ครับข้อสอบข้อนี้มผมว่าจ่าจะเป็นข้อ ก.นะครับ เราน้าจะสรุปตามวัตถุประสงค์ใช่ไหมครับ
4. ข้อใดเป็นการสรุปผลการวิจัยที่ถูกต้อง
ก. สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การวิจัย (หรือว่าข้อนี้ใครทราบช่วยวิเคราะห์หน่อย)
ข. สอดคล้องกับมาตรฐานการวิจัย
ค. สรุปผลในประเด็นการวิจัยที่เกี่ยวข้อง
ง. สรุปผลการวิจัยที่สามารถอธิบายได้

   ความคิดเห็นที่ 4
กฤษฎ์
26 เมษายน 2553
เวลา : 05:13
 
แนวข้อสอบวิชาวิจัยด้วยคอม...

แบ่งออกเป็น 2 ตอน
1. ข้อมูลจากงานวิจัยที่ศึกษาด้วยตนเอง (20 คะแนน)
1.1. ชื่อเรื่องการวิจัย
1.2. ตัวแปร ได้แก่ ตัวแปร X และ ตัวแปร Y
1.3. วัตถุประสงค์ของการวิจัย 2 ข้ออย่างน้อย
1.4. สมมติฐานของการวิจัย 2 ข้ออย่างน้อย
1.5. การตั้งสมมติฐาน H0 H1
1.6. เป็นการทดสอบทางเดียวหรือสองทาง
1.7. สถิติที่ใช้ทดสอบคืออะไร ใช้เพื่อทดสอบ อะไร
2. การวิเคราะห์และแปลผลข้อมูลที่ได้จากโปรแกรม ให้เลือกทำ (60 คะแนน)
2.1. ขั้นตอนการทดสอบสมมติฐาน
2.1.1. กำหนดสมมติฐานทางสถิติ: H0, H1 เป็นการทดสอบทางเดียวหรือสองทาง
2.1.2. กำหนดระดับนัยสำคัญ ค่า a ที่ใช้มีค่าเท่าไหร่
2.1.3. สถิติที่ใช้ทดสอบคือ ใช้เพื่อทดสอบอะไร ลักษณะของคำสั่งที่ใช้ในโปรแกรม SPSS
2.1.4. การคำนวณค่าสถิติ ได้แก่ค่าสถิติที่ใช้ทดสอบ ที่ได้จากการคำนวณ มีค่าเท่าไหร่ และ ค่า p-value (Sig.) ที่ได้จากการคำนวณ มีค่าเท่าไหร่
2.1.5. การแปลผลและสรุปผลการทดสอบสมมติฐานเช่น ค่า p-value (Sig.) ที่ได้จากการคำนวณได้มีค่ามากกว่าหรือน้อยกว่า เมื่อเปรียบเทียบกับค่า a ส่งผลให้ดังนั้นยอมรับหรือปฏิเสธสมมติฐานหลัก พร้อมทั้งทำการสรุปผลการทดสอบ
2.2. หัวเรื่องในการวิเคราะห์
2.2.1. การทดสอบสัดส่วนของข้อมูล
2.2.2. การทดสอบความสัมพันธ์ของข้อมูล โดยใช้ Chi-Square
2.2.3. การแจกแจงของข้อมูลแบบปกติ One-Sample Kolmogorov-Smirnov Test
2.2.4. การทดสอบว่าข้อมูลถูกเก็บมาจากการสุ่มหรือไม่ โดยใช้ Runs Test
2.2.5. การวิเคราะห์ความแปรปรวนของค่าเฉลี่ย โดยใช้ ANOVA
2.2.6. การเปรียบเทียบเชิงซ้อน: การเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยในแต่ละกลุ่ม โดยใช้ วิธี LSD, Scheffe, หรือ T2 ซึ่งต้องทำการทดสอบ ความเท่ากันของความแปรปรวนก่อน (Test of Homogeneity of Variances)
2.2.7. การสร้างสมการพยากรณ์:
จาก Y = b0 + b1x1 + b2x2 + bnxn ค่า Constant, b0, b1, b2 มีค่าเท่าไหร่ สมการพยากรณ์ที่ได้จากการทดสอบคือ และ สมการพยากรณ์ (หลังจากตัดตัวแปร X ที่ไม่ส่งผลต่อตัวแปร Y


   ความคิดเห็นที่ 5
กฤษฎ์
26 เมษายน 2553
เวลา : 05:14
 
ทอสอบความรู้เรื่องวิจัยเบื้องต้น
1. การวิจัยในชั้นเรียนจัดเป็นการวิจัยรูปแบบใด
การวิจัยเชิงปริมาณ
การวิจัยเชิงปฏิบัติการ
การวิจัยเพื่อสร้างทฤษฎี
การวิจัยเพื่อพัฒนาเครื่องมือ
2. “การพัฒนาพฤติกรรมการอ่านของนักเรียนชั้น ป. 6” ข้อใดคือตัวแปรตาม
เพศ
ระดับชั้น
วิธีการพัฒนา
พฤติกรรมการอ่าน
3. จากข้อ 2 ข้อใดไม่ควรกำหนดนิยามศัพท์เฉพาะมากที่สุด
นักเรียน
นวัตกรรม
วิธีการพัฒนา
พฤติกรรมการอ่าน
4. การคาดคะเนคำตอบของการวิจัยอย่างมีเหตุผล ตรงกับข้อใด
ความมุ่งหมายการวิจัย
สมมุติฐานการวิจัย
การวิเคราะห์ข้อมูลในการวิจัย
การอภิปรายผลการวิจัย
5. ข้อใดไม่ใช่จุดมุ่งหมายของการวิจัยในชั้นเรียน
แก้ปัญหาผู้เรียน
หาสาเหตุของพฤติกรรม
พัฒนาผู้เรียน
ประเมินตัดสินผู้เรียน
6. “ด.ช.แดงขาดเรียนบ่อย ๆ” ควรตั้งคำถามการวิจัยว่าอย่างไรจึงจะเหมาะสมที่สุด
ทำไม ด.ช.แดงจึงขาดเรียน
จะแก้ปัญหาการขาดเรียนของด.ช.แดงอย่างไร
ห้องเรียนมีปัญหาอะไร ด.ช.แดงจึงขาดเรียน
ทางบ้าน ด.ช.แดงมีปัญหาอะไร จึงต้องขาดเรียน
7. “ด.ช.ดำไม่ชอบทำงานรวมกลุ่มกับเพื่อน” ควรใช้วิธีการใดในการรวบรวมข้อมูลเพื่อแก้ปัญหา
การทดสอบ
การสังเกต
การสัมภาษณ์
การใช้แบบสอบถาม
8. “ปัญหาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนต่ำเนื่องจากนักเรียนไม่เข้าใจบทเรียน” ควรออกแบบการวิจัยเพื่อแก้ปัญหาในลักษณะใด
เชิงทดลองพัฒนาสื่อนวัตกรรม
เชิงสำรวจหาสาเหตุปัญหา
เชิงปริมาณอ้างอิงทฤษฎีการเรียนรู้
เชิงปฏิบัติการอบรมพัฒนาการเรียนรู้
9. “ความพึงพอใจของครูต่อการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ โรงเรียนอนุบาลดำรงราชานุสรณ์” หัวข้อวิจัยนี้ควรใช้เครื่องมือชนิดใดในการเก็บรวบรวมข้อมูล
แบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า
แบบทดสอบอิงเกณฑ์
แบบสังเกตพฤติกรรม
แบบสัมภาษณ์
10. ข้อใดไม่ใช่การหาคุณภาพของแบบทดสอบ
ความเที่ยงตรง
ความเชื่อมั่น
อำนาจจำแนก
ความเป็นสากล
11. “การวิเคราะห์ความแตกต่างคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนหลังเรียนด้วยชุดฝึกของนักเรียนชั้น ป.5 โรงเรียนอนุบาลดำรงราชานุสรณ์ จำนวน 40 คน” ควรใช้สถิติใดวิเคราะห์ความแตกต่าง
t-test
ANOVA
Z-test
F-test
12. “เพื่อศึกษาสภาพการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญของครู โรงเรียนอนุบาลดำรงราชานุสรณ์” ความมุ่งหมายของการวิจัยนี้ ควรใช้สถิติข้อใดในการนำเสนอ
ค่าเฉลี่ย และร้อยละ
การวิเคราะห์ความแปรปรวน
การทดสอบที
การทดสอบไคว์สแควร์
13. การอภิปรายผลการวิจัยควรจัดไว้ในส่วนใด
บทที่ 1
บทที่ 3
บทที่ 4
บทที่ 5
14. “การศึกษาการอ่านของนักเรียนชั้น ป.2 จังหวัดศรีสะเกษ” หัวข้อวิจัยนี้ควรเลือกกลุ่มตัวอย่างโดยวิธีใด
เลือกแบบเจาะจง
สุ่มแบบอย่างง่าย
สุ่มแบบแบ่งชั้น
สุ่มแบบหลายขั้นตอน
15. “การศึกษาการอ่านของนักเรียนโรงเรียนอนุบาลดำรงราชานุสรณ์ จังหวัดศรีสะเกษ” หัวข้อวิจัยนี้ควรเลือกกลุ่มตัวอย่างโดยวิธีใด
เลือกแบบเจาะจง
สุ่มแบบอย่างง่าย
สุ่มแบบแบ่งชั้น
สุ่มแบบหลายขั้นตอน
16. ข้อใดไม่ใช่วิธีการกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่าง
ใช้การคาดคะเน
ใช้สูตรคำนวณ
ใช้ตารางสำเร็จรูป
ใช้เกณฑ์ร้อยละ
17. ค่าอำนาจจำแนกของแบบวัดควรมีค่าเท่าใด
.05 – 1.00
.20 – 1.00
.05-.80
.20-.80
18. ความสำคัญของการวิจัยควรนำเสนอในส่วนใด
บทที่ 1
บทที่ 3
บทที่ 4
บทที่ 5
19. ข้อใดไม่ใช่เครื่องมือในการวิจัย
แบบสอบถาม
แบบสังเกตแบบไม่มีโครงสร้าง
นวัตกรรม
โปรแกรมสำเร็จรูป SPSS
20. ข้อใดกล่าวถึงการวิจัยในชั้นเรียนตาม พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ได้อย่างถูกต้องที่สุด
ครูทุกคนต้องดำเนินการวิจัยในชั้นเรียนเพื่อพัฒนาตนเอง
การวิจัยในชั้นเรียนเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอน
การวิจัยในชั้นเรียนเป็นเครื่องประเมินวิทยฐานะครู
ครูต้องเชี่ยวชาญในการวิจัยในชั้นเรียน

   ความคิดเห็นที่ 6
khit123
ID :: 3
12 พฤษภาคม 2553
เวลา : 21:52
 

แนวข้อสอบวิจัย
1. การวิจัยในชั้นเรียนจัดเป็นการวิจัยรูปแบบใด
ก. การวิจัยเชิงปริมาณ
ข. การวิจัยเชิงปฏิบัติการ
ค. การวิจัยเพื่อสร้างทฤษฎี
ง. การวิจัยเพื่อพัฒนาเครื่องมือ
2. “การพัฒนาพฤติกรรมการอ่านของนักเรียนชั้น ป. 6” ข้อใดคือตัวแปรตาม
ก. เพศ
ข. ระดับชั้น
ค. วิธีการพัฒนา
ง. พฤติกรรมการอ่าน
3. จากข้อ 2 ข้อใดไม่ควรกำหนดนิยามศัพท์เฉพาะมากที่สุด
ก. นักเรียน
ข. นวัตกรรม
ค. วิธีการพัฒนา
ง. พฤติกรรมการอ่าน
4. การคาดคะเนคำตอบของการวิจัยอย่างมีเหตุผล ตรงกับข้อใด
ก. ความมุ่งหมายการวิจัย
ข. สมมุติฐานการวิจัย
ค. การวิเคราะห์ข้อมูลในการวิจัย
ง. การอภิปรายผลการวิจัย
5. ข้อใดไม่ใช่จุดมุ่งหมายของการวิจัยในชั้นเรียน
ก. แก้ปัญหาผู้เรียน
ข. หาสาเหตุของพฤติกรรม
ค. พัฒนาผู้เรียน
ง. ประเมินตัดสินผู้เรียน


6. “ด.ช.แดงขาดเรียนบ่อย ๆ” ควรตั้งคำถามการวิจัยว่าอย่างไรจึงจะเหมาะสมที่สุด
ก. ทำไม ด.ช.แดงจึงขาดเรียน
ข. จะแก้ปัญหาการขาดเรียนของด.ช.แดงอย่างไร
ค. ห้องเรียนมีปัญหาอะไร ด.ช.แดงจึงขาดเรียน
ง. ทางบ้าน ด.ช.แดงมีปัญหาอะไร จึงต้องขาดเรียน
7. “ด.ช.ดำไม่ชอบทำงานรวมกลุ่มกับเพื่อน” ควรใช้วิธีการใดในการรวบรวมข้อมูลเพื่อแก้ปัญหา
ก. การทดสอบ
ข. การสังเกต
ค. การสัมภาษณ์
ง. การใช้แบบสอบถาม
8. “ปัญหาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนต่ำเนื่องจากนักเรียนไม่เข้าใจบทเรียน” ควรออกแบบการวิจัยเพื่อแก้ปัญหาในลักษณะใด
ก. เชิงทดลองพัฒนาสื่อนวัตกรรม
ข. เชิงสำรวจหาสาเหตุปัญหา
ค. เชิงปริมาณอ้างอิงทฤษฎีการเรียนรู้
ง. เชิงปฏิบัติการอบรมพัฒนาการเรียนรู้
9. “ความพึงพอใจของครูต่อการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ โรงเรียนอนุบาลดำรงราชานุสรณ์” หัวข้อวิจัยนี้ควรใช้เครื่องมือชนิดใดในการเก็บรวบรวมข้อมูล
ก. แบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า
ข. แบบทดสอบอิงเกณฑ์
ค. แบบสังเกตพฤติกรรม
ง. แบบสัมภาษณ์
10. ข้อใดไม่ใช่การหาคุณภาพของแบบทดสอบ
ก. ความเที่ยงตรง
ข. ความเชื่อมั่น
ค. อำนาจจำแนก
ง. ความเป็นสากล

11. “การวิเคราะห์ความแตกต่างคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนหลังเรียนด้วยชุดฝึกของนักเรียนชั้น ป.5 โรงเรียนอนุบาลดำรงราชานุสรณ์ จำนวน 40 คน” ควรใช้สถิติใดวิเคราะห์ความแตกต่าง
ก. t-test
ข. ANOVA
ค. Z-test
ง. F-test
12. “เพื่อศึกษาสภาพการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญของครู โรงเรียนอนุบาลดำรงราชานุสรณ์” ความมุ่งหมายของการวิจัยนี้ ควรใช้สถิติข้อใดในการนำเสนอ
ก. ค่าเฉลี่ย และร้อยละ
ข. การวิเคราะห์ความแปรปรวน
ค. การทดสอบที
ง. การทดสอบไคว์สแควร์
13. การอภิปรายผลการวิจัยควรจัดไว้ในส่วนใด
ก. บทที่ 1
ข. บทที่ 3
ค. บทที่ 4
ง. บทที่ 5
14. “การศึกษาการอ่านของนักเรียนชั้น ป.2 จังหวัดศรีสะเกษ” หัวข้อวิจัยนี้ควรเลือกกลุ่มตัวอย่างโดยวิธีใด
ก. เลือกแบบเจาะจง
ข. สุ่มแบบอย่างง่าย
ค. สุ่มแบบแบ่งชั้น
ง. สุ่มแบบหลายขั้นตอน
15. “การศึกษาการอ่านของนักเรียนโรงเรียนอนุบาลดำรงราชานุสรณ์ จังหวัดศรีสะเกษ” หัวข้อวิจัยนี้ควรเลือกกลุ่มตัวอย่างโดยวิธีใด
ก. เลือกแบบเจาะจง
ข. สุ่มแบบอย่างง่าย
ค. สุ่มแบบแบ่งชั้น
ง. สุ่มแบบหลายขั้นตอน

16. ข้อใดไม่ใช่วิธีการกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่าง
ก. ใช้การคาดคะเน
ข. ใช้สูตรคำนวณ
ค. ใช้ตารางสำเร็จรูป
ง. ใช้เกณฑ์ร้อยละ


17. ค่าอำนาจจำแนกของแบบวัดควรมีค่าเท่าใด
ก. .05 – 1.00
ข. .20 – 1.00
ค. .05-.80
ง. .20-.80
18. ความสำคัญของการวิจัยควรนำเสนอในส่วนใด
ก. บทที่ 1
ข. บทที่ 3
ค. บทที่ 4
ง. บทที่ 5
19. ข้อใดไม่ใช่เครื่องมือในการวิจัย
ก. แบบสอบถาม
ข. แบบสังเกตแบบไม่มีโครงสร้าง
ค. นวัตกรรม
ง. โปรแกรมสำเร็จรูป SPSS
20. ข้อใดกล่าวถึงการวิจัยในชั้นเรียนตาม พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ได้อย่างถูกต้องที่สุด
ก. ครูทุกคนต้องดำเนินการวิจัยในชั้นเรียนเพื่อพัฒนาตนเอง
ข. การวิจัยในชั้นเรียนเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอน
ค. การวิจัยในชั้นเรียนเป็นเครื่องประเมินวิทยฐานะครู
ง. ครูต้องเชี่ยวชาญในการวิจัยในชั้นเรียน
ส่วนบนของฟอร์ม
21. การศึกษาขั้นพื้นฐาน หมายถึง
ก. การศึกษาก่อนอุดมศึกษา
ข. การศึกษาก่อนระดับประถมศึกษาถึงมัธยมศึกษา
ค. การศึกษาก่อนระดับประถมศึกษา ประถมศึกษา และระดับมัธยมศึกษา
ง. ถูกทั้ง ข้อ ก และ ข
22. รัฐต้องจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานกี่ปี
ก. 9 ปี
ข. 12 ปี
ค. ไม่น้อยกว่า 9 ปี
ง. ไม่น้อยกว่า 12 ปี
23. การศึกษาภาคบังคับ ให้เด็กที่เข้าเรียนต้องมีอายุเท่าไหร่
ก. ย่างเข้าปีที่เจ็ด จนถึง ย่างเข้าปีที่สิบห้า
ข. ย่างเข้าปีที่แปด จนถึง ย่างเข้าปีที่สิบห้า
ค. ย่างเข้าปีที่เจ็ด จนถึง ย่างเข้าปีที่สิบหก
ง. ย่างเข้าปีที่แปด จนถึง ย่างเข้าปีที่สิบหก
24. ความยืดหยุ่นในการกำหนดจุดมุ่งหมาย รูปแบบ วิธีการจัดการศึกษาและระยะยาว ตรงกับข้อใด
ก. การศึกษาในระบบ
ข. การศึกษานอกระบบ
ค. การศึกษาตลอดชีวิต
ง. การศึกษาตามอัธยาศัย
25. สถานศึกษาสามารถจัดการศึกษาได้กี่รูปแบบ
ก. รูปแบบเดียวเท่านั้น
ข. สองรูปแบบเท่านั้น
ค. ทั้งสามรูปแบบ
ง. รูปแบบใดรูปแบบหนึ่งหรือทั้งสามรูปแบบก็ได้
26. การศึกษาในระบบมีกี่ระดับ
ก. 2 ระดับ
ข. 3 ระดับ
ค. 4 ระดับ
ง. 5 ระดับ
27. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ก. มี 3 ระดับ คือ ก่อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษา
ข. มี 4 ระดับ คือ ก่อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย
ค. มี 3 ระดับ คือ ประถมศึกษา มัธยมศึกษา และก่อนอุดมศึกษา
ง. มี 5 ระดับ คือ ก่อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษา และสายอาชีพ
28. การจัดการศึกษาต้องยึดหลักการใด
ก. ผู้เรียนทุกคนมีความสามารถ
ข. ผู้เรียนทุกคนมีความพัฒนาตนเองได้
ค. ถือว่าผู้เรียนสำคัญที่สุด
ง. ถูกทุกข้อ
29. ในกระบวนการเรียนรู้ สถานศึกษาต้องจัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมให้สอดคล้องกับผู้เรียนด้านใด
ก. ความสนใจ
ข. ความถนัด
ค. ความรู้
ง. ถูกทั้ง ก และ ข
30. ข้อใดไม่ใช่การประเมินผู้เรียนตาม พรบ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542
ก. พิจารณาจากการพัฒนาผู้เรียน
ข. พิจารณาจากการเวลาเรียน
ค. พิจารณาจากพฤติกรรมและการเข้าร่วมกิจกรรม
ง. พิจารณากระบวนการเรียนการสอน
31. ใครคือผู้กำหนดหลักสูตรแกนกลาง
ก. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ข. คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา
ค. คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
ง. สถานศึกษา
32. ใครเป็นผู้ที่มีหน้าที่จัดทำสาระของหลักสูตร
ก. คณะกรรมการการศึกษาขันพื้นฐาน
ข. คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา
ค. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ง. สถานศึกษา
33. การศึกษาที่มุ่งวางรากฐานเพื่อให้ผู้เรียนพัฒนาคุณภาพลักษณะอันพึงประสงค์ทั้งใน ด้านคุณธรรม จริยธรรม คือ
ก. ก่อนประถมศึกษา
ข. ประถมศึกษา
ค. มัธยมศึกษาตอนต้น
ง. มัธยมศึกษาตอนปลาย
34. ข้อใดคือเป้าหมายของการประเมินผลและการติดตามตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาจากภายนอก
ก. เป็นการประกันคุณภาพและให้มีการพัฒนามาตรฐานการจัดการศึกษาของสถานศึกษา
ข. เป็นการประกันคุณภาพและให้มีการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการจัดการศึกษาของสถานศึกษา
ค. เป็นการประกันคุณภาพและให้มีการพัฒนามาตรฐานการศึกษาและมาตรฐานของสถานศึกษา
ง. เป็นการประกันคุณภาพและให้มีการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา
35. ข้อใดไม่ใช่ความมุ่งหมายในการจัดการศึกษา
ก. เพื่อให้คนไทยเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์
ข. เพื่อให้คนไทยอยู่รวมอย่างมีความสุข
ค. เพื่อให้คนไทยมีจริยธรรม
ง. เป็นความมุ่งหมายทุกข้อ
36. การศึกษาโดยครอบครัว จัดอยู่ในระบบการศึกษาใด
ก. ในระบบ
ข. นอกระบบ
ค. ตามอัธยาศัย
ง. ข และ ค
37. ข้อใดไม่ใช่หลักการจัดการศึกษา
ก. ตลอดชีวิต
ข. พัฒนากระบวนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
ค. รัฐบาลให้การสนับสนุน
ง. สังคมมีส่วนร่วม

38. ข้อใดไม่ใช่ หลักการยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ
ก. ผู้เรียนมีความรู้
ข. ผู้เรียนพัฒนาตนเองได้
ค. ส่งเสริมตามธรรมชาติ
ง. เป็นหลักการทุกข้อ
39. การยึดหลักการผู้เรียนเป็นสำคัญเกี่ยวข้องกับข้อใด
ก. หลักการจัดการศึกษา
ข. ระบบการจัดการศึกษา
ค. แนวการจัดการศึกษา
ง. จุดมุ่งหมายการจัดการศึกษา
40. ข้อใดสำคัญที่สุด
ก. ความมุ่งหมายและหลักการ
ข. โครงสร้างการจัดการศึกษา
ค. แนวทางการจัดการศึกษา
ง. สิทธิและหน้าที่ทางการศึกษา
50. ข้อใดเป็นลักษณะของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ก. สมบูรณ์
ข. ครบถ้วน
ค. หลากหลาย
ง. เหมาะสม


หน้า 1  ..

    แสดงความคิดเห็น
ข้อความ : 
ภาพ : 
* โพสรูปได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น
โดย : 
  * กรุณากรอกข้อความให้ครบถ้วน

           
           

ทำอักษรตัวหนา  ทำอักษรตัวเอียง  ทำอักษรตัวขีดเส้นใต้  ทำลิงค์โฮมเพจ  ทำลิงค์ภาพ 
สีแดง   สีน้ำเงิน   สีเทา   สีเขียว   สีส้ม   สีชมพู  



สมาชิกบอร์ด : รหัสผ่าน :   | สมัครสมาชิกบอร์ด