บทที่ 2

เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

การศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องสำรับการวิจัยในชั้นเรียนครั้งนี้ ผู้วิจัยได้ศึกษาสาระสำคัญในประเด็นหลัก ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการวิจัยรวมสามหัวข้อ คือ

    1. การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนแบบ Storyline Method
    2. ผลสัมฤทธิ์ในการเรียนของนักเรียน และ
    3. ประสบการณ์ของผู้วิจัยเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนแบบ Storyline Method และผลสัมฤทธิ์ในการเรียนของนักเรียน

สำหรับงานวิจัยที่เกี่ยวข้องจะนำเสนอควบคู่ไปกับเนื้อหาของประเด็นหลักต่าง ๆ ตามควรแก่กรณี

การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนแบบ Storyline Method

Storyline Method เป็นนวัตกรรมการบูรณาการหลักสูตรและกิจกรรมการเรียนการสอนที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในหลายประเทศของทวีปยุโรป ผู้สร้างและพัฒนานี้ คือ เบลล์ และคณะ (Bell and Others) แห่งมหาวิทยาลัยสเตร้ทคลายด์ (Strathclyde University) วิทยาเขตจอร์แดนฮิลล์ (Jordanhill Campus) ประเทศสก๊อตแลนด์ เบลล์เคยได้รับเชิญให้มาสาธิตและเผยแพร่นวัตกรรมนี้ในประเทศในประเทศไทยโดยการสนับสนุนของ British Council และจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย โดยได้รับความสนใจจากนักการศึกษาไทยจำนวนมาก อย่างไรก็ดีเนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีการบัญญัติศัพท์ Storyline Method ไว้เป็นการเฉพาะในภาษาไทยจึงนิยมเรียกชื่อนวัตกรรมนี้ทับศัพท์ไปพลางก่อน

ขั้นตอนของ Storyline Method

การนำนวัตกรรม Storyline Method มาใช้ในการบูรณาการหลักสูตรและการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน สามารถดำเนินการได้ตามขั้นตอนต่อไปนี้

1. การสังเคราะห์และวิเคราะห์เนื้อหารายวิชาหรือกลุ่มประสบการณ์แล้วแต่กรณี

2. การเขียนหลักสูตรหรือแผนการสอน

3. การกำหนดเส้นทางการเดินเรื่องให้สอดคลองกับหลักสูตรหรือหัวเรื่องที่จะใช้สำหรับการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน

สำหรับการกำหนดเส้นทางการเดินเรื่อง (Topic Line) ที่ใช้เป็นกรอบในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนนั้น จะแบ่งออกเป็นตอนสำคัญ ๆ รวม 4 องก์ (episode) คือ ฉาก ตัวละคร วิถีชีวิต และเหตุการณ์ ในแต่ละองก์จะประกอบด้วยประเด็นหลักที่ยกขึ้นมาพิจารณาเป็นพิเศษด้วยการตั้งคำถามนำ แล้วให้ผู้เรียนค้นคว้าหาคำตอบต่อไป คำถามเหล่านี้จะโยงไปยังคำตอบที่สัมพันธ์กับเนื้อหาวิชาต่าง ๆ ที่ประสงค์จะบูรณาการเข้าด้วยกัน นอกจากนี้เส้นทางการเดินเรื่องยังอยู่บนพื้นบ้านของเหตุผลเชิงตรรกและการบรรยายไปตามลำดับเนื้อหาของแต่ละองก์อีกด้วย วิธีการเช่นนี้ทำให้การเดินเรื่องของ Storyline Method แตกต่างจากการบูรณาการการเรียนการสอนแบบใยแมงมุม (Topic Web) ที่โยงเนื้อหาวิชาต่าง ๆ เข้ามายังหัวเรื่อง (Theme) แล้วเลือกจัดกิจกรรมการเรียนการสอนไปตามวิชาที่สัมพันธ์กับหัวเรื่องนั้นตามความสนใจของผู้เรียน มิได้จัดกิจกรรมการเรียนการสอนไปตาม เส้นทางการเดินเรื่อง ซึ่งสืบเนื่องไปทีละองก์อย่างวิธีของ Storyline Method

4. การประเมินผลตามสภาพที่แท้จริง (อรทัย มูลคำและคณะ 2543 : 33-43)

การนำ Storyline Method ไปใช้ในการเรียนการสอนนั้น สามารถทำได้ในทุกระดับของการศึกษา อาทิงานวิจัยของ สุรินธร วังคะฮาด (2543 : บทคัดย่อ) ที่ศึกษาการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดย Storyline Methopd เพื่อการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนหนึ่งในจังหวัดร้อยเอ็ด ก็พบว่า Storyline Method เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้คิด ค้นคว้า แสดงออก และลงมือปฏิบัติด้วยตนเองอย่างอิสระ ทำให้ผู้เรียนมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น ใฝ่เรียนรู้ รู้จักการวางแผนแการทำงานมีโอกาสทำงานเป็นคณะ ได้เผชิญกับสถานการณ์ของปัญหาและแก้ไขปัญหาร่วมกัน ตลอดจนมีความร่าเริงสนุกสนานกับการเรียน ช่วยให้ผู้เรียนได้ฝึกการคิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น สามารถนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ เกิดเจตคติตามวัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน รวมทั้งทำให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้นอีกด้วย

นอกจากนี้ในต่างประเทสก็มีงานวิจัยเกี่ยวกับนวัตกรรม Storyline Method อีกหนึ่งเรื่องคืองานวิจัยของ วาร์กาส (Vasgas : 1995) ที่ทดลองนำ Storyline Method ไปใช้ในการผลิตรายการวิทยุและออกอากาศติดต่อกัน 28 สัปดาห์ที่ประเทศคอสตาริกา งานวิจัยเรื่องนี้ได้ผลคล้าคลึงกับการวิจัยของสุรินะร วังคะฮาด

ผลสัมฤทธิ์ในการเรียนของนักเรียน

ผลสัมฤทธิ์ในการเรียน เป็นสิ่งหนึ่งที่ชี้ถึงผลลัพธ์ของการจัดการศึกษา ซึ่งนอกจากจะเป็นเรื่องการพิจารณาความรู้ ความสามารถทางสติปัญญาของผู้เรียนแล้ว ยังแสดงถึงคุณค่าของหลักสูตร การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ความรู้ความสามารถของครูผู้สอนและผู้บริหารอีกด้วย (Edward 1990 : 52)

ความหมายของผลสัมฤทธิ์ในการเรียน

ความหมายของผลสัมฤทธิ์ในการเรียนมีผูให้ไว้หลากหลาย ที่น่าสนใจและสอดคล้องกับการวิจัยในครั้งนี้ ได้แก่ ความหมายอขงอายส์เนค และไมลี (Eysneck and Meili 1986 : 16) ที่กล่าวว่า ผลสัมฤทธิ์ในการเรียน (achivement) ก็คือ ดัชนีชี้ประสิทธิภาพและคุณภาพของการจัดการศึกษา ผลสัมฤทธิ์ในการเรียนการสอน หรือระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนก็ได้ สอดคล้องกับความหมายที่ ไพศาล หวังพานิฐ (2536 : 139) ให้ไว้ว่า คือ คุรลักษณะและความสามารถของบุคคลอันเกิดจากการเรียนการสอน เป็นผลของการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและประสบการณ์การเรียนรู้ที่เกิดจากการอบรมหรือการสั่งสอน

จากความหมายที่กล่าวมาแล้วเราอาจจะประมวลความหมายของผลสัมฤทธิ์ในการเรียนได้ว่า คือ ความรู้ ความเข้าใจ ทักษะ และทัศนคติอันเกิดจากการเรียนรู้ ซึ่งอาจวัดได้จากการทดสอบระหว่างหรือหลังการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ด้วยการทดสอบหรือวิธีการอื่น ๆ นอกจากผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจะบอกคุณภาพของผู้เรียนแล้วยังแสดงให้เห็นถึงคุณค่าของหลักสูตร คุณภาพของการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ตลอดจนความรู้ความสามารถของครูผู้สอนและผู้บริหารอีกด้วย

องค์ประกอบที่มีอิทธิพลต่อผลสัมฤทธิ์ในการเรียน

การที่ผู้เรียนจะเกิดผลสัมฤทธิ์ในการเรียนเพียงใดนั้น ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหรือปัจจัยหลายประการด้วยกัน ดังที่มีนักวิชาการได้ให้ความเห็นไว้ต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ ในปี ค.ศ.1969 ฮาวิกเฮิร์ส และนูกาเทน (Harvighurst and Neugarten 1969 : 157) ได้กล่าวถึงองค์ประกอบของผลสัมฤทธิ์ในการเรียนว่า ประกอบด้วย ความสามารถที่ติดตัวมาแต่กำเนิด ชีวิตและการอบรมในครอบครัว ประสิทธิภาพของโรงเรียน และความแข้าใจเกี่ยวกับตนเองและการมุ่งหวังในอนาคต เจ็ดปีต่อมา บลูม (Bloom 1976 ซ 160) เสนอว่าองค์ประกอบที่มีอิทธิพลต่อผลสัมฤทธิ์ในการเรียนได้แก่ตัวแปรสำคัญสามตัว คือ คุณสมบัติด้านความรู คุณลักษณะด้านจิตพิสัย และคุณภาพของการสอน ซึ่งประกอบด้วย การชี้แนะ การบอกจุดมุ่งหมายของการเรียนการสอน การมีส่วนร่วมในการเรียนการสอน การเสริมแรงจากครู การให้ข้อมูลย้อนกลับถึงความบกพร่องหรือความเหมาะสม และการแก้ไขข้อบกพร่อง

สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ (2541) มองผลสัมฤทธิ์ในการเรียนในรูปของคุณภาพ โดยกำหนดกรอบแนวคิดในการกำหนดมาตรฐานโรงเรียนประถมศึกาาว่าองคืประกอบของผลสัมฤทธ์ในการเรียน เกิดขึ้นจากคุณภาพการเรียนการสอน คุณภาพการนิเทศการศึกษา และการบริหารการศึกษา

ข้อเสนอของนักวิชาการเหล่านี้สอดคล้องกับงานวิจัยของประสงค์ ต่อโชค (2538) ที่สรุปว่าองค์ประกอบของผลสัมฤทธิ์ในการเรียน ได้แก่ องค์ประกอบด้านร่างกาย ความรัก วัฒนธรรม ความสัมพันธ์ พัฒนาการแห่งตน และการปรับตัว

จากแนวคิดและทฤษฏีดังกล่าวข้างต้นที่กล่าวมานี้อาจสรุปได้ว่า องค์ประกอบที่มีอิทธิพลต่อผลสัมฤทธิ์ในการเรียนมีหลายองค์ประกอบด้วยกัน ทีสำคัญแบ่งออกได้เป็นสามกลุ่ม คือ องค์ประกอบด้านตัวนักเรียนและปัจจัยแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับนักเรียน องค์ประกอบด้านคุณภาพการสอนและองค์ประกอบด้านการบริหารและการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนอย่างมีประสิทธิภาพ

ประสบการณ์ของผู้วิจัยเกี่ยวกับ

การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนแบบ Storyline Method

และผลสัมฤทธิ์ในการเรียนของนักเรียน

ผู้วิจัยได้มีโอกาสเข้ารับการฝึกอบรม Storyline Method ซึ่งจัดโดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับ British Council โดยได้เชิญ Dr.Steve Bell มาเป็นวิทยากรโดยตรง หลักจากเสร็จสิ้นการฝึกอบรมผู้วิจัยมีความประทับใจในนวัตกรรมดังกล่าวเป็นอย่างมาก ได้มีความตั้งใจมาโดยตลอดที่จะนำนวัตกรรมดังกล่าวมาประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนที่ตนรับผิดชอบให้จงได้

เมื่อผู้วิจัยได้รับมอบหมายหน้าที่ให้เป็นผู้สอนภาษาอังกฤษให้แก่นักเรียนชั้นประถมปีที่ 5/4 ซึ่งมีผลสัมฤทธิ์ในการเรียนต่ำที่สุดในบรรดานักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ด้วยกันในโรงเรียนนี้ ผู้วิจัยรู้สึกว่าได้รับมอบหมายงานที่เป็นภาระอันหนัก แต่ก็รู้สึกว่าเป็นงานที่ท้าน ระว่างที่เตรียมตัวสอนก็ได้พิจารณามาโดยตลอดว่า จะใช้เทคนิควิะสอนหรือนวัตกรรมการเรียนการสอนอะไรจึงเหมาะสมกับความยากของเนื้อหาวิชา และความสามารถในการเรียนรู่ของนักเรียนห้องดังกล่าว ในที่สุดผู้วิจัยตัดสินใจว่าจะใช้ Storyline Method เป็นวิธีการสำหรับช่วยเหลือให้นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/4 ได้ยกระดับผลสัมฤทธิ์ในการเรียนให้สูงขึ้น เพื่อความมั่นใจผู้วิจัยได้เริ่มศึกษาเอกสารและบทความเกี่ยวกับ Storyline Method อย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง ได้สอบถามผู้รู้ ผู้มีประสบการณ์ในนวัตกรรมดังกล่าวแล้วเป็นอย่างดี จนมั่นใจว่าสามารถใช้ Storyline Method ได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ

ในประสบการณ์สอนของผู้วิจัยตลอดระยะเวลากว่าสามสิบปีที่ผ่านมา พบว่า ปัจจัยที่จะส่งผลแก่ผลสัมฤทธิ์ในการเรียนของผู้เรียนมีอยู่หลายประการด้วยกัน อาทิ การบริหารจัดการ การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน และการนิเทศการเรียนการสอน แต่ละปัจจัยต่างก็มีปัจจัยย่อยของตนซับซ้อนลองไปอีกมาก ยากที่จะระบุให้ชัดเจนลงไปได้ว่าปัจจัยอะไรสำคัญที่สุด ปัจจัยอะไรสำคัญรองลงไป และ/หรือปัจจัยอะไรสำคัยกว่าปัจจัยอะไร ในฐานะที่เป็นครู ผู้วิจัยย่อมผูกพันกับปัจจัยการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนมากกว่าปัจจัยอื่น ๆ ผู้วิจัยจึงค่อนข้างจะมั่นใจว่าการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่เหมาะสมและสอดคล้องกับความสนใจของผู้เรียนจะช่วยยกระดับผลสัมฤทธิ์ในการเรียนให้สูงขึ้นได้

ดังนั้น ผู้วิจัยจึงตัดสินใจด้วยว่าในการจัดการกิจกรรมการเรียนการสอนครั้งนี้จะดำเนินการวิจัยในชั้นเรียนควบคู่กันไปด้วย เพื่อนำเสนอผลการดำเนินงานให้ปรากฏแก่เพื่อนครูท่านอื่น ๆ ที่มีภาระรับผิดชอบคล้ายคลึงหรือใกล้เคียงกันกับภารกิจของผู้วิจัยในครั้งนี้

 

สรุป

ปัจจัยที่จะส่งผลแก่ผลสัมฤทธิ์ในการเรียนของผู้เรียนมีอยู่หลายประการด้วยกัน อาทิ การบริหารจัดการ การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน และการนิเทศการเรียนการสอน เป็นต้น

Storyline Method เป็นนวัตกรรมการบูรณาการหลักสูตรและกิจกรรมการเรียนการสอนที่ประกอบด้วยขั้นตอนต่าง ๆ 4 ประการ คือ 1) การสังเคราะห์และวิเคราะห์เนื้อหาของรายวิชาหรือกลุ่มประสบการณ์ 2) การกำหนดเส้นทางการเดินเรื่องให้เป็นตอนสำคัญ ๆ รวม 4 องก์ คือ ฉาก ตัวละคร วิถีชีวิต เหตุการณ์ และ 4) การประเมินผลตามสภาพที่แท้จริง

การนำ Storyline Method ไปใช้ในการเรียนการสอนนั้นสามารถกระทำได้ในทุกระดับของการศึกษา เพราะ Storyline Method เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้คิด ค้นคว้า แสดงออกและลงมือปฏิบัติด้วยตนเองอย่างอิสระ ทำให้ผู้เรียนมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น เกิดเจตคติตามวัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน รวมทั้งทำให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ในการเรียนสูงขึ้นอีกด้วย กล่าวคือ ผู้เรียนจะมีคุณลักษณะและความสามารถของบุคคลที่เกิดจากการเรียนการสอน ทำให้เกิดผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรมและประสบการณ์การเรียนรู้ที่ดีขึ้น