การให้คะแนนมาตรา ลิเคอร์ท

โดย รศ.ดร.สัมพันธ์ พันธุ์พฤกษ์

21. จำนวนระดับ (Scale points) และการให้คะแนนของข้อความในมาตรวัดของลิเคิร์ท (Likert-type scales)

          กำหนดจำนวนระดับบนมาตรวัดลิเคิร์ท จำนวนระดับ (Scale points) บนมาตรวัดลิเคิร์ทควรมีจำนวนเป็นเลขคี่ เช่น 5 หรือ 7 ระดับ แม้ว่าจะส่งผลให้มีผู้ตอบที่มักเลือกตอบตรงระดับ "ปานกลาง" หรือ "ไม่แน่ใจ" แต่จากหลักฐานเชิงประจักษ์โดยภาพรวมแล้ว การใช้จำนวนระดับเป็นเลขคี่ เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ตอบสามารถเลือกตอบในระดับต่าง ๆ ที่ต้องการตอบได้อย่างต่อเนื่อง (Berk, 1979 : 665) และจำนวนระดับบนมาตรมีผลต่อความเที่ยง กล่าวคือ ถ้ามาตรมีจำนวนระดับเพิ่มขึ้นแล้ว จะทำให้มีความเที่ยงเพิ่มขึ้นด้วย ถ้าเพิ่มจำนวนระดับมากกว่า 5 ระดับ แล้ว จะได้ค่าความเที่ยงเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ดังนั้นในทางปฏิบัติจึงนิยมใช้มาตรชนิด 5 ระดับ ยกเว้น กรณีที่ต้องการเพิ่มอำนาจจำแนกให้มากที่สุด ตามหลักการทางสถิติก็ควรให้มีจำนวนจุดบนมาตรมากขึ้นอาจเป็น 7 ระดับ (Berk, 1979 : 655-658)

          การให้คะแนนของข้อความในมาตรวัดลิเคิร์ท ธรรมชาติของมาตรวัดของลิเคิร์ทนั้น มีระดับการวัดอยู่ในมาตรเรียงอันดับ (Ordinal scale) แต่ลิเคิร์ทได้แสดงให้ประจักษ์ว่าสามารถกำหนดค่าคะแนนของข้อความโดยวิธีการให้คะแนน (1,2,3,4, และ 5) ตามลักษณะของ ข้อความได้ (ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง ไม่เห็นด้วย ไม่แน่ใจ เห็นด้วย และเห็นด้วยอย่างยิ่งตามลำดับ) (Edward, 1957 : 149-151) และในการวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากมาตรวัดลิเคิร์ท จึงสามารถปรับ (adjusted) ให้เป็นมาตรอันตรภาค (Interval scale) ในการวิเคราะห์ทางสถิติจึงมีการกำหนดข้อตกลงเบื้องต้น (Assumption) ให้ค่าคะแนนของข้อความในมาตรวัดของลิเคิร์ท อยู่ในมาตรอันตรภาค (Berk, 1979 : 653)