การสร้างแบบทดสอบเพื่อใช้ในการประเมินผลรวมหรือปลายภาคเรียน

                แบบทดสอบที่จะใช้เพื่อการประเมินผลรวมนี้ จะประกอบไปด้วยคำถามที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เคยเรียนมาแล้วในเนื้อหา ซึ่งแต่ละเนื้อหาอาจมีความสำคัญมากน้อยไม่เท่ากัน มีความเที่ยงตรงตามเนื้อหาและโครงสร้าง หลักสำคัญของการสร้างแบบทดสอบลักษณะนี้คือการสร้างข้อสอบโดยยึดตารางวิเคราะห์หลักสูตร (Table of Specification) เป็นหลัก

ตารางวิเคราะห์หลักสูตร

5.jpg

การวิเคราะห์หลักสูตร คือการแจกแจงจุดมุ่งหมายและเนื้อหาของรายวิชา และพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างจุดมุ่งหมายและเนื้อหาของวิชานั้นๆ เพื่อให้รู้ว่าการเรียนการสอนนั้นต้องการให้ผู้เรียนเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมด้านใดมากน้อยเพียงใด จะได้จัดการเรียนการสอนให้บรรลุผลตามต้องการ และสามารถวัดประเมินผลได้อย่างครอบคลุมทั้งด้านเนื้อหาและพฤติกรรม

                ตารางวิเคราะห์หลักสูตรนี้ ควรได้จัดกระทำก่อนทำการสอน โดยผู้สอนในวิชาเดียวกัน ต้องประชุมร่วมกันจัดทำ เพื่อเป็นแนวทางการสอนและการวัดผลของครูทุกคน

ลำดับขั้นของการสร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เพื่อใช้ในการประเมินผลรวม

                ขั้นที่ 1 ทำตารางวิเคราะห์หลักสูตร โดยมีลำดับขั้นในการทำดังนี้

                1.  ศึกษาจุดมุ่งหมายของการสอนวิชานั้นจากหลักสูตร ก่อนการสอน ผู้สอนต้องศึกษาหลักสูตรว่า วิชาที่จะสอนนั้นมีจุดมุ่งหมายกว้าง ๆ อย่างไร

                2.  เมื่อทำความเข้าใจจุดมุ่งหมายในหลักสูตรแล้ว ต้องร่วมกันวิเคราะห์จุดมุ่งหมายแต่ละข้อว่าต้องการให้ผู้เรียนเกิดพฤติกรรมด้านใด (พุทธิพิสัย  จิตพิสัย  หรือทักษพิสัย) ถ้าจุดมุ่งหมายข้อใดวิเคราะห์ยาก ก็อาจพยายามนึกถึงพฤติกรรมที่เด็กควรแสดงออกก่อน แล้วจัดเข้ากลุ่มพฤติกรรมทั้ง 3 กลุ่ม โดยแบ่งเป็น

               

ด้านพุทธิพิสัย แบ่งออกเป็น 6 ระดับ ตามแนวของบลูม (Bloom) คือ

1.        ความรู้หรือความจำ

2.        ความเข้าใจ

3.        การนำไปใช้

4.        การวิเคราะห์

5.        การสังเคราะห์

6.        การประเมินค่า

                ด้านจิตพิสัย จะเน้นในเรื่องของ การรับรู้  การตอบสนอง  การสร้างค่านิยม  การจัดระบบค่านิยม  และการสร้างลักษณะนิสัย

                ด้านทักษพิสัย เน้นทักษะในการปฏิบัติงาน เช่น การเคลื่อนไหวอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย  การเคลื่อนไหวที่จ้องใช้อวัยวะหลายส่วนประกอบกัน  พฤติกรรมการสื่อความหมายโดยใช้ท่าทาง เป็นต้น

                3.  วิเคราะห์เนื้อหาและพฤติกรรม  การวิเคราะห์เนื้อหา คือการพิจารณาดูว่า เนื้อหาที่กำหนดไว้ในหลักสูตรแต่ละระดับชั้นควรเรียนเกี่ยวกับเรื่องใดบ้าง ทั้งนี้ อาจจะพิจารณาจากคู่มือครู และหนังสือแบบเรียนประกอบ ก็จะพิจารณาได้ง่ายขึ้น

                4.  กำหนดค่าน้ำหนักของเนื้อหาและพฤติกรรม อย่างอิสระลงในตารางวิเคราะห์หลักสูตร (Table of specification) เช่น อาจให้คะแนนเต็มช่องละ 10 คะแนนแล้วคำนวณหาค่าเฉลี่ย

หมายเหตุ

การสร้างตารางวิเคราะห์หลักสูตรนี้อาจวิเคราะห์ได้หลายวิธี แต่ก็จะมีหลักการสำคัญเดียวกันคือ เพื่อให้ทราบว่าต้องสอนเนื้อหาใดบ้าง และผู้เรียนต้องเกิดพฤติกรรมอะไรอย่างละเท่าไรและต้องนำไปใช้ในการวางแผนสร้างแบบทดสอบให้ครอบคลุม ในการวิเคราะห์พฤติกรรมการศึกษาอาจจะไม่จำแนกตามทฤษฎีของบลูมก็ได้ เช่น จำแนกเป็น ความรู้ ความเข้าใจ ความคิด หรือจำแนกตามระเบียบของหน่วยงานต่าง ๆ เช่น สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ สำนักงานส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ฯลฯ

 

ประโยชน์ของการทำตารางวิเคราะห์หลักสูตร

                1.  ประโยชน์ในการสอน

                     1.1  ประโยชน์ในการกำหนดเวลาที่จะใช้สอนแต่ละเนื้อหาได้เหมาะสม

                     1.2  เป็นแนวทางในการจัดกิจกรรมการสอนเพื่อให้เด็กเกิดพฤติกรรมตามจุดมุ่งหมายของการสอน

                2.  ประโยชน์ในการประเมินผล

                     2.1  การสร้างข้อสอบ ตามตารางวิเคราะห์หลักสูตรจะทำให้แบบทดสอบมีความตรงตามเนื้อหาและตรงตามโครงสร้าง

                     2.2  เมื่อข้อทดสอบวัดได้ตรงตามพฤติกรรมที่ระบุไว้ในจุดมุ่งหมาย จะทำให้ผู้สอนได้ใช้การประเมินผลเพื่อการวินิจฉัยได้สะดวกขึ้น และสามารถปรับปรุงได้ตรงจุดในกรณีที่เด็กไม่เกิดพฤติกรรมตามจุดมุ่งหมาย

                     2.3  สามารถทำให้ผู้สอนเลือกเครื่องมือได้เหมาะสมกับพฤติกรรมที่จะวัด ซึ่งจะเป็นเครื่องช่วยเตือนใจผู้สอนว่า ผู้สอนจะใช้ข้อสอบเพียงอย่างเดียวมาประเมินค่าความสามารถของผู้เรียนยังไม่ได้

 

                ขั้นที่ 2 การกำหนดจำนวนข้อของข้อทดสอบ ในการกำหนดจำนวนข้อของข้อสอบว่าควรเป็นเท่าใดนั้น ควรคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้

1.        เวลาในการทำข้อสอบ

2.        ระดับชั้นของผู้สอบ

3.        ลักษณะของคำถามในแบบทดสอบ

4.        ธรรมชาติของวิชา

                เช่น ข้อสอบสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลาย มีเวลาในการทำแบบทดสอบ 60 นาที ถ้าคำถามเป็นแบบเลือกตอบ 4 ตัวเลือก ควรกำหนดคำถามประมาณ 60 ข้อ แต่ชั้นประถมศึกษาตอนต้นควรให้มีคำถามเพียง 40 ข้อ เป็นต้น ทั้งนี้ ควรทดลองใช้เพื่อตรวจสอบเรื่องความเหมาะสมของจำนวนข้อสอบและเวลาก่อน

                ขั้นที่ 3 กำหนดลักษณะของคำถามในแบบทดสอบ  ในขั้นนี้เป็นการกำหนดลักษณะคำถามให้เหมาะสม การที่จะกำหนดลักษณะคำถามได้นั้น ต้องพิจารณาตารางวิเคราะห์หลักสูตรประกอบด้วย

                ขั้นที่ 4 เขียนข้อสอบ ในการเขียนข้อสอบนั้น ควรเน้นการปฏิบัติดังต่อไปนี้

                1.  ควรเขียนคำถามแต่ละข้อ ในบัตรหรือกระดาษ

ตัวอย่างบัตรข้อทดสอบ

2.jpg

                2.  พยายามเขียนตามลำดับพฤติกรรมในแต่ละเนื้อหา

                3.  เมื่อเขียนคำถามแล้วควรลองให้ครูคนอื่นช่วยพิจารณาว่า มีปัญหาเรื่องภาษาหรือไม่ และทบทวนความถูกต้องของเนื้อหาอีกครั้งหนึ่ง

                ขั้นที่ 5 จัดลำดับของข้อสอบ และจัดรูปเล่มแบบทดสอบ  มีขั้นตอนในการดำเนินการต่อไปนี้

                1.  นำบัตรข้อสอบมาจัดหมดหมู่ให้คำถามลักษณะเดียวกันอยู่ด้วยกัน

                2.  เรียงลำดับข้อของคำถามแต่ละลักษณะว่า จะจัดข้อใดมาก่อนหลัง อาจเรียงในเนื้อหาเดียวกันก่อน แล้วเรียงจากข้อง่ายไปหาข้อยาก (การพิจารณาความยากง่ายตอนนี้ พิจารณาจากประสบการณ์ของผู้สร้างข้อสอบเอง)

                3.  เขียนคำชี้แจงกาทำข้อสอบแต่ละลักษณะให้ชัดเจน คำนึงถึงว่า ผู้สอบอ่านแล้วเข้าใจวิธีการตอบได้

                4.  เรียบเรียงคำถามลงแบบทดสอบฉบับร่าง เพื่อจัดวางข้อความให้เหมาะสมและเรียบร้อยก่อนพิมพ์หรือโรเนียว

                5.  พิมพ์ข้อสอบ  ตรวจทานจนแน่ใจว่าไม่มีที่ผิด จึงอัดสำเนาให้มีจำนวนมากกว่าจำนวนนักเรียนที่เข้าสอบอย่างน้อย 5-10 ชุด

                6.  ตรวจทานที่อัดสำเนาแล้วอีกครั้งหนึ่ง ถ้าพบข้อผิดพลาดควรทำใบแก้แนบไปกับแบบทดสอบให้เรียบร้อย หรือนำไปแจ้งให้ผู้ดำเนินการสอบทราบ

                7.  เฉลยคำตอบที่ถูกโดยเฉลยจากแบบทดสอบ ฉบับที่เตรียมให้นักเรียนสอบจริง ไม่ควรเฉลยจากต้นฉบับร่างก่อนอัดสำเนา เพราะจะทำให้ไม่พบข้อผิดพลาดในแบบทดสอบที่นักเรียนทำ

                8.  ถ้าเป็นเด็กเล็กควรให้เด็กตอบลงในแบบทดสอบเลย ถ้าเป็นเด็กโตอาจให้ตอบในกระดาษคำตอบ (Answer sheet) เพื่อความสะดวกในการตรวจ และอาจเก็บแบบทดสอบไว้ใช้ได้อีก ถ้าใช้ Answer sheet  ก็ควรเตรียม key ไว้ให้เรียบร้อย

 

 


Click to close